กกร.คาด GDP ปี 69 โตต่ำกว่า 2% ต่ำสุดในรอบ 30 ปี
时间:2026-01-09 03:36:26 出处:休闲阅读(143)
กกรคาดGDPปีโตต่ำกว่าต่ำสุดในรอบปี
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า เเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤติ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน และคาดว่าไทยจะโตต่ำสุดในภูมิภาค จากทั้งความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิมด้วยขนาดเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่และหนี้ครัวเรือนสูง ขาดความสามารถทางการแข่งขันในโลกใหม่ ข้อจำกัดทางงบประมาณทางการคลัง และความท้าทายของภาครัฐที่มีกฎระเบียบจำนวนมากและข้อมูลขาดความเชื่อมโยง ประกอบกับผลกระทบจากภัยพิบัติในปีก่อนหน้า ค่าเงินบาทแข็งค่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ การเคลื่อนย้ายเงินทุนเทา และความเสี่ยงจากกระบวนการจัดทำงบประมาณที่ล่าช้า
กกร.มีความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่า 8.2% ในปีที่ผ่านมา เป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกเสมือนการที่ภาคธุรกิจโดนเรียกเก็บภาษี (tariff) เพิ่มเติม เป็นการเซาะกร่อนภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออก จึงอยากให้หน่วยงานการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่มีการแข็งค่าตามราคาทองคำ และบทบาทของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยต่อค่าเงินบาท โดย กกร.สนับสนุนให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ connect the dots เพิ่มการรับรู้แหล่งที่มาของเงิน ข้อมูลเชิงลึกของเงินบาทของบุคคลที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย โดยไม่ยึดติดกับกรอบการกำกับเดิมๆ และป้องกันไม่ให้ธุรกรรมดังกล่าวบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันและภาคเศรษฐกิจจริงของประเทศ
“เงินบาทแข็งค่าจากปัจจัยกดดัน 2 ปัจจัย คือ 1.การยึดโยงเกี่ยวเนื่องกับทองคำ 2.Digital asset ดังนั้นจึงอยากเห็นการยึดโยงการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเป็นระบบ” นายพจน์ กล่าว
ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปี 2568 เงินบาทแข็งค่า 8.2% ขณะที่ค่าเงินเวียดนามอ่อนค่าถึง 3% เมื่อเทียบกับค่าเงินบาทพบว่ามีส่วนต่างกันมากเกือบ 12% ทำให้ไทยสู้ไม่ได้ ดังนั้นหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าได้เราก็จะสูญเสียความสามารถการแข่งขันโดยสิ้นเชิง
นอกจากนี้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนผ่านเหตุการณ์สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงเวเนซูเอลา เป็นการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลกชัดเจนขึ้น (New World Order) ซึ่งกระทบกับระบบเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงจากปีก่อน อีกทั้งผลจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะเริ่มเห็นผลมากขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนที่สินค้าส่งออกไทย ที่ไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เริ่มหดตัว สะท้อนความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจไทยที่สูงขึ้น ดังนั้นไทยต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลง
กกร.คงกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 (ณ ม.ค.69) GDP โต 1.6-2.0 ส่งออก -1.5 ถึง -0.5 ส่วนเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.2-0.7
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า เเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤติ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน และคาดว่าไทยจะโตต่ำสุดในภูมิภาค จากทั้งความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิมด้วยขนาดเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่และหนี้ครัวเรือนสูง ขาดความสามารถทางการแข่งขันในโลกใหม่ ข้อจำกัดทางงบประมาณทางการคลัง และความท้าทายของภาครัฐที่มีกฎระเบียบจำนวนมากและข้อมูลขาดความเชื่อมโยง ประกอบกับผลกระทบจากภัยพิบัติในปีก่อนหน้า ค่าเงินบาทแข็งค่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ การเคลื่อนย้ายเงินทุนเทา และความเสี่ยงจากกระบวนการจัดทำงบประมาณที่ล่าช้า
กกร.มีความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่า 8.2% ในปีที่ผ่านมา เป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกเสมือนการที่ภาคธุรกิจโดนเรียกเก็บภาษี (tariff) เพิ่มเติม เป็นการเซาะกร่อนภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออก จึงอยากให้หน่วยงานการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่มีการแข็งค่าตามราคาทองคำ และบทบาทของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยต่อค่าเงินบาท โดย กกร.สนับสนุนให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ connect the dots เพิ่มการรับรู้แหล่งที่มาของเงิน ข้อมูลเชิงลึกของเงินบาทของบุคคลที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย โดยไม่ยึดติดกับกรอบการกำกับเดิมๆ และป้องกันไม่ให้ธุรกรรมดังกล่าวบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันและภาคเศรษฐกิจจริงของประเทศ
“เงินบาทแข็งค่าจากปัจจัยกดดัน 2 ปัจจัย คือ 1.การยึดโยงเกี่ยวเนื่องกับทองคำ 2.Digital asset ดังนั้นจึงอยากเห็นการยึดโยงการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเป็นระบบ” นายพจน์ กล่าว
ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปี 2568 เงินบาทแข็งค่า 8.2% ขณะที่ค่าเงินเวียดนามอ่อนค่าถึง 3% เมื่อเทียบกับค่าเงินบาทพบว่ามีส่วนต่างกันมากเกือบ 12% ทำให้ไทยสู้ไม่ได้ ดังนั้นหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าได้เราก็จะสูญเสียความสามารถการแข่งขันโดยสิ้นเชิง
นอกจากนี้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนผ่านเหตุการณ์สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงเวเนซูเอลา เป็นการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลกชัดเจนขึ้น (New World Order) ซึ่งกระทบกับระบบเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงจากปีก่อน อีกทั้งผลจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะเริ่มเห็นผลมากขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนที่สินค้าส่งออกไทย ที่ไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เริ่มหดตัว สะท้อนความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจไทยที่สูงขึ้น ดังนั้นไทยต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลง
กกร.คงกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 (ณ ม.ค.69) GDP โต 1.6-2.0 ส่งออก -1.5 ถึง -0.5 ส่วนเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.2-0.7
分享到:
温馨提示:以上内容和图片整理于网络,仅供参考,希望对您有帮助!如有侵权行为请联系删除!
猜你喜欢
- 程定水:花甲老人勇救落水男童
- 海尔格伦并列领先亚巡沙特公开赛54洞 郑蕴和T9
- 写作技巧:英语写作技巧剖析
- 精选大乐透专家:袁霸天、苏香同中一等揽1127万
- 小鹏G7超级增程发布 CLTC综合续航1704km
- 莱福岛生活节5.0四季回响官宣 探索音乐产业新能量
- Gene Simmons urges Americans to stop worrying about about neighbors' politics
- "สมเด็จพระสังฆราชฯ"ประทานพระคติธรรม เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๙
- 《永夜》PC版下载 Steam正版分流下载